โคโม่ 1907 เรื่องราวฟุตบอลจากอิตาลีริมทะเลสาบสู่ แชมเปียนส์ลีกในรอบ 7 ปี

โคโม่ 1907 (Como 1907) จากลีกสมัครเล่น Serie D สู่แชมเปียนส์ลีก

วันนี้ทาง Balluefa จะพาเพื่อน ๆ มาส่องทีมน้องใหม่จาก อิตาลี ลองนึกภาพสโมสรฟุตบอลเล็ก ๆ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งเมื่อ 7 ปีก่อนยังคงดิ่งลึกอยู่ในลีกสมัครเล่น ท่ามกลางแฟนบอลเพียงไม่กี่ร้อยคน… แต่วันนี้ เสียงเพลง UEFA Champions League กำลังดังกึกก้อง ณ ที่แห่งนี้

สโมสรฟุตบอล โคโม่ 1907 (Como 1907) สร้างหนึ่งในปาฏิหาริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลยุโรปยุคใหม่ ด้วยการไต่เต้าจากลีกสมัครเล่นระดับ 4 (Serie D) ในปี 2019 ขึ้นสู่ลีกสูงสุดอิตาลี (Serie A) และทะยานคว้าตั๋ว UEFA Champions League ได้สำเร็จภายในเวลาเพียง 7 ปี ภายใต้การบริหารของกลุ่มทุน Djarum Group จากอินโดนีเซีย และการคุมทีมของกุนซือหนุ่ม เชส ฟาเบรกาส (Cesc Fàbregas)

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกน้องใหม่จากลีกอิตาลี พบกับการเดินทางอันน่าเหลือเชื่อ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใต้เจ้าของใหม่ สไตล์การเล่น และโค้ชทีมชุดปัจจุบัน สนามเหย้า และอนาคตของสโมสรที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ ที่น่าสนใจที่สุดในเวทียุโรป

ประวัติศาสตร์โคโม่ 1907 จากกลุ่มสโมครคนรักฟุตบอล สู่ฝันร้ายริมทะเลสาบ

เมืองโคโม่ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี ริมทะเลสาบ Lago di Como ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและเป็นที่พักผ่อนของคนดังทั่วโลก แต่สโมสรฟุตบอลของเมืองนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากความหรูหรา

ในปี 1906 มีการแข่งขันฟุตบอลครั้งแรก ในเมืองระหว่างทีมจากชมรม พายเรือกับคนงานและชาวอเมริกันพื้นเมืองจากคณะละครสัตว์ Buffalo Bill เกมนั้นจบด้วยผลเสมอ และจุดประกายให้กลุ่มคนท้องถิ่นรวมตัวกันก่อตั้ง Como Foot-Ball Club ในวันที่ 25 พฤษภาคม ปี 1907

ประวัติศาสตร์โคโม่ 1907 จากกลุ่มสโมครคนรักฟุตบอล สู่ฝันร้ายริมทะเลสาบ

ช่วงแรกสโมสรเล่นในลีกระดับภูมิภาค แล้วค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นไปจนเคยอยู่ในลีกสูงสุดหลายครั้ง โดยเฉพาะทศวรรษ 1980s ที่ถือเป็นยุคทอง มีนักเตะอย่าง ปีเอโตร เวียร์โควอด Pietro Vierchowod ช่วยพาทีมเล่นใน Serie A หลายฤดูกาล

แต่หลังจากนั้นปัญหาการเงินกลายเป็นการล้มละลายซ้ำซาก สโมสรล้มละลายหลายรอบ โดยรอบที่หนักที่สุดคือปี 2005 และอีกครั้งในช่วง 2016-2017 จนต้องเริ่มต้นใหม่จากเดวิชั่น Serie D ในลีกสมัครเล่น ระดับ 4 ของ อิตาลี ที่มีทีมกว่า 160 ทีมแบ่งเป็นหลายกลุ่ม

ตอนนั้นแฟนบอลขาประจำ มีเพียงแค่ไม่กี่ร้อยคน อาทิ สนาม Giuseppe Sinigaglia ดูทรุดโทรม และไม่มีใครคาดคิดว่า สโมสรแห่งนี้ จะกลับมาอยู่ในสายตาของวงการอีกครั้ง หากคุณชอบเรื่องราวของโลกกีฬาลูกหนัง ลองมาอ่านประวัตินักเตะดัง ดาวรุ่งน้องใหม่ คนอื่นๆ หรือสโมสรที่คุณชื่นชอบ ได้ที่นี่ เว็บยูฟ่า

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ มหาเศรษฐีอินโดนีเซียเข้ามาซื้อกิจการและมี วิสัยทัศน์ที่ต่างออกไป

เดือนเมษายน 2019 ขณะที่โคโม่ กำลังจะคว้าแชมป์กลุ่มใน Serie D ได้มีสองพี่น้อง โรเบิร์ต บูดี ฮาร์โตโน Robert Budi Hartono  และ ไมเคิล บัมบัง ฮาร์โตโน Michael Bambang Hartono จากทุนกลุ่มดจารุม Djarum Group ของอินโดนีเซีย ตัดสินใจด้วยผ่านบริษัท SENT Entertainment ในกรุงลอนดอน

มูลค่าการซื้อใน ขณะนั้นต่ำมาก ใช้งบประมาณโดยรวมไม่ถึงล้านยูโร รวมทั้งการช่วยชำระหนี้บางส่วน เป้าหมายแรกของพวกเขาไม่ใช่การสร้างทีมแชมเปียนส์ลีก แต่เป็นโปรเจกต์ ที่ต่างจากนายทุนต่างชาติรายอื่น ๆ คือ “การมองการณ์ไกลและไม่สร้างหนี้เกินตัว” พวกเขาไม่ได้ทุ่มเงินกว้านซื้อซูเปอร์สตาร์โรยรา หลังจากนั้นสโมสรค่อย ๆ สร้างโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอะคาเดมี่ การใช้ Data Analytics ดึงอดีตนักเตะเชลซี อย่าง เดนนิส ไวส์ (Dennis Wise) เข้ามาบริหาร และได้ เธียร์รี อองรี (Thierry Henry) มาร่วมถือหุ้นส่วนหนึ่ง

ต่อมา Michael Bambang Hartono เสียชีวิตในเดือนมีนาคม 2026 แต่โครงการยังดำเนินต่อไปภายใต้การดูแลของ Robert และทีมบริหาร โดยมี Mirwan Suwarso เป็นประธานสโมสร

อย่างไรก็ตาม เมื่อทีมได้เลื่อนชั้นและเริ่มเห็นศักยภาพของผู้เล่น พวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนแผน กลายเป็นการลงทุนระยะยาวที่จริงจัง

Cesc Fàbregas จากนักเตะสู่โค้ชที่เปลี่ยนโฉมหน้าสโมสร

Fàbregas เข้าร่วมโคโม่ ในฐานะนักเตะช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 หลังจากเล่นให้กับบาร์เซโลน่า อาร์เซน่อล และเชลซีมาอย่างยาวนาน เขาเล่นได้หนึ่งฤดูกาลแล้วตัดสินใจแขวนสตั๊ด

Cesc Fàbregas จากนักเตะสู่โค้ชที่เปลี่ยนโฉมหน้าสโมสร

หลังจากนั้นเขาเริ่มต้นอาชีพโค้ชจากทีมเยาวชน แล้วค่อย ๆ ขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว ปัจจุบันเขาเป็นทั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนและ ได้เป็นผู้ถือหุ้นส่วนร่วมกับสโมสร

สไตล์การเล่นของเขา เน้นการครองบอล สร้างสรรค์ และให้ผู้เล่นหนุ่มได้แสดงศักยภาพ เขาเคยพูดไว้ชัดเจนว่าทีมจะดึงผู้เล่นที่ “หิวโหยและถ่อมตัว” เข้ามา ไม่ใช่แค่ชื่อดังที่ต้องการเงินเดือนสูง

ฟาเบรกาส นำระบบ Positional Play ที่เน้นการครองบอล การเข้าทำรวดเร็ว และการดันไลน์บุกสูงมาใช้อย่างกล้าหาญ เปลี่ยนโคโมจากทีมลีกรองให้กลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่เล่นฟุตบอลได้ตื่นตาตื่นใจที่สุดในอิตาลี นักเตะดาวรุ่งอย่าง Nico Paz, Martin Baturina และ Máximo Perrone กลายเป็นแกนหลักที่พาทีมจบอันดับ 4 Serie A ในฤดูกาล 2025/26 อย่างสมศักดิ์ศรี ผลงานของเขาทำให้หลาย ๆ คนเริ่มมองว่าเขาเป็นหนึ่งในโค้ชหนุ่มที่น่าจับตามองที่สุดในเวทียุโรป

ทีมชุดปัจจุบัน และผู้เล่นที่น่าจับตามอง

ทีมของโคโม่ ในฤดูกาลนี้มีองค์ประกอบนานาชาติสูงมาก ผู้เล่นอิตาลีแท้ในทีมชุดแรกมีน้อย สิ่งนี้ทำให้บางคนวิจารณ์ว่า “ไม่รู้สึกเหมือนสโมสรอิตาลี” แต่ในทางกลับกันก็สะท้อนถึงการลงทุนและวิสัยทัศน์ระดับโลก ติดตามผลงานของเขาได้ที่ ทางเข้าเว็ปยูฟ่า

ผู้เล่นสำคัญที่ถูกพูดถึงบ่อย ได้แก่

  • Nico Paz (อาร์เจนตินา) – กองกลางตัวรุกที่ Real Madrid ยังเก็บสิทธิ์ buy-back ไว้
  • Martin Baturina (โครเอเชีย) – เปิดประตูแรกในแชมเปียนส์ลีกของสโมสร
  • Assane Diao และ Anastasios Douvikas – กองหน้าที่ทำประตูสำคัญ
  • Máximo Perrone – กองกลางอาร์เจนตินา
  • Lucas Da Cunha – กัปตันทีม

นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นอย่าง Álex Valle, Yan Couto (ยืมตัว), Trevoh Chalobah และอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง

การไต่ระดับอย่างรวดเร็ว จาก Serie D สู่ Serie A ใน 5 ปี

หลังเปลี่ยนเจ้าของ โคโม่เลื่อนชั้นอย่างต่อเนื่อง

  • 2019/20 จาก Serie D ขึ้น Serie C
  • 2020/21 ขึ้น Serie B
  • 2023/24 จบอันดับ 2 Serie B → เลื่อนชั้นสู่ Serie A หลังห่างหาย 21 ปี

ฤดูกาลแรกกลับสู่ Serie A (2024/25) ภายใต้การคุมทีมของ Cesc Fàbregas ทีมจบอันดับ 10 ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมาย เพราะเป้าหมายหลักตอนนั้นคือการอยู่รอด

การไต่ระดับอย่างรวดเร็ว จาก Serie D สู่ Serie A ใน 5 ปี

ฤดูกาลต่อมา (2025/26) คือฤดูกาลแห่งประวัติศาสตร์ ทีมทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง จบอันดับ 4 ด้วย 71 คะแนน จาก 20 ชนะ 11 เสมอ 7 แพ้ ทำประตู 65 ลูก เสียเพียง 29 ลูก และผ่านเข้า UEFA Champions League เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่ยาวนานกว่า 119 ปี

นอกจากนี้ยังไปถึงรอบรองชนะเลิศ Coppa Italia ก่อนแพ้ให้กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง อินเตอร์ มิลาน

ฤดูกาล 2026/27 เปิดฉากแชมเปียนส์ลีกด้วยชัยชนะถล่ม

ฤดูกาลปัจจุบัน (2026/27) คือฤดูกาลที่สามติดต่อกันใน Serie A และเป็นฤดูกาลแรกในเวทียุโรป

หลังผ่านไป 3 นัดของ Serie A ทีมอยู่อันดับ 4 ด้วย 7 คะแนน (2 ชนะ 1 เสมอ) ทำประตู 7 เสีย 3

แต่ไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดคือการเปิดตัวใน UEFA Champions League เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ที่สนามเหย้า โคโมเอาชนะ RB Leipzig ไป 4-1

ประตูมาจาก Martin Baturina (นาที 15), Anastasios Douvikas (38), Assane Diao (54) และ Máximo Perrone (90) ผู้ชมในสนามประมาณ 10,198 คน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในแมตช์ที่มีผู้ชมน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แชมเปียนส์ลีก แต่บรรยากาศริมทะเลสาบ เลยทำให้คืนนั้นพิเศษมาก ๆ

เชส ฟาเบรกาส เองก็ยอมรับหลังเกมว่า “นี่คือคืนประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ ของสโมสร และอีกใน 10-20 ปี คนก็จะถามกันว่า ‘คุณอยู่ที่ไหนในคืนที่เราชนะแมตช์แรก ในศึกแชมเปียนส์ลีก’”

สนามเหย้าและบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร

สตาดิโอ โอลิมปิโก กรันเด โตริโน Stadio Giuseppe Sinigaglia เปิดใช้มาตั้งแต่ ปี 1927 ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ความจุประมาณ 13,600 ที่นั่ง ถือเป็นหนึ่งในสนามที่เล็กที่สุดใน Serie A

แม้จะสนามเล็ก แต่ตำแหน่งที่ตั้ง ทำให้ทุก ๆ แมตช์ ทุก ๆ นัดมีเอกลักษณ์เป็นพิเศษ ส่วนแฟนบอลและนักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ชมวิวริมทะเลสาบก่อนเข้าสนามได้ และอาจะพบกับเหล่า ดาราฮอลลีวู๊ด เพราะมาเชียร์ทีมโปรดบ่อยครั้ง อาทิ เช่น Hugh Grant, Keira Knightley, Michael Fassbender

ปัจจุบันสโมสร มีแผนแนวทางปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ โดยเริ่มงานตั้งแต่ ปี 2026 ฝ่ายบริหารของสโมสร กำลังวางแผนปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ให้แล้วเสร็จภายใน ปี 2028 เพื่อขยายความจุให้แฟน ๆ รับชมแบบได้จุใจ และยังอัปเกรดสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทันสมัย ได้มาตรฐาน UEFA อีกทั้งยังวางระบบ เป้าหมายให้กับโคโม่ เป็น “Destination Club” ศูนย์รวมฟุตบอล แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ ให้สมกับที่ดึงดูดแฟนบอลและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

เรื่องราวสุดประทับใจ ที่นั่ง VIP เพื่อแฟนบอลรุ่นเก๋า

ในเกมนัดประวัติศาสตร์ UEFA Champions League นัดเปิดบ้านพบ RB Leipzig เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา ความจุของสนาม Stadio Giuseppe Sinigaglia ถูกปรับลดลงเหลือเพียงราว 11,000 ที่นั่งตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ UEFA ส่งผลให้ตั๋วเข้าชมกลายเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง

มีร์วัน ซูวาร์โซ (Mirwan Suwarso) ประธานสโมสร พร้อมด้วยทีมผู้บริหารระดับสูง ได้แสดงสปีริตด้วยการสละที่นั่งส่วนตัวในโซน VIP บนอัฒจันทร์หลัก มอบให้กับแฟนบอลผู้อาวุโสของสโมสรที่เกิดในปี 1950 หรือก่อนหน้านั้น (อายุ 75 ปีขึ้นไป) เพื่อเป็นการแสดงความเคารพแก่กลุ่มคนที่คอยส่งเสียงเชียร์และก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบาก ตั้งแต่ยุคที่ทีมล้มละลายจนตกไปอยู่ลีกระดับ 4 (Serie D) ให้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่ทีมเอาชนะ RB Leipzig ไปได้อย่างงดงาม 4-1

ตารางสรุปเส้นทางสู่แชมเปียนส์ลีก

ปีลีกผลงานสำคัญหมายเหตุ
2018/19Serie Dแชมป์กลุ่มซื้อกิจการโดย Djarum
2019/20Serie Cเลื่อนชั้น–
2020/21Serie Bอยู่รอด–
2023/24Serie Bอันดับ 2เลื่อนชั้นสู่ Serie A หลัง 21 ปี
2024/25Serie Aอันดับ 10ปีแรกกลับสู่ลีกสูงสุด
2025/26Serie Aอันดับ 4ผ่านเข้า Champions League
2026/27Serie A + UCLเปิดตัว UCL ชนะ 4-1กำลังดำเนินอยู่

วิสัยทัศน์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ฟุตบอล แต่เป็นไลฟ์สไตล์และท่องเที่ยว

เจ้าของมองโคโมไม่ใช่แค่สโมสรฟุตบอล แต่เป็น “destination club” ที่เชื่อมโยงกับทะเลสาบ ความหรูหรา และการท่องเที่ยว มีการร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นหรู และพัฒนาด้าน hospitality รอบสนาม

แม้รายได้จากตั๋วจะยังจำกัดเพราะสนามเล็ก แต่การมีภาพลักษณ์ระดับโลกช่วยดึงดูดสปอนเซอร์และผู้เล่นหนุ่มที่มีคุณภาพได้ดี อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังมีอยู่ โดยเฉพาะกฎ Financial Fair Play และข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานในเมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรราว 83,000 คน

สิ่งที่แฟนบอลและผู้สนใจควรติดตามต่อ

  1. ผลงานใน Champions League รอบลีกเฟส
  2. การพัฒนาของผู้เล่นหนุ่มอย่าง Nico Paz และ Baturina
  3. แผนปรับปรุงสนาม Sinigaglia
  4. ความสามารถในการรักษาผลงานใน Serie A ระยะยาว

โคโม 1907 ไม่ใช่สโมสรที่เกิดมาเพื่อเป็นยักษ์ใหญ่ แต่พวกเขาพิสูจน์แล้วว่าด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า การลงทุนที่ต่อเนื่อง และโค้ชที่เหมาะสม สโมสรเล็ก ๆ ริมทะเลสาบก็สามารถเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ได้

สำหรับใครที่ชอบเรื่องราวของสโมสรที่ไต่จากพื้นดินขึ้นมาแบบนี้ โคโมคือหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และฤดูกาล 2026/27 น่าจะเป็นปีที่เราได้เห็นว่าพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหนในเวทียุโรป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โคโม่ 1907 (FAQ)

โคโม 1907 ได้ไปเล่น UEFA Champions League ได้อย่างไร?

สโมสรจบอันดับ 4 ในศึก Serie A ฤดูกาล 2025/26 ทำได้ 71 คะแนน ทำให้ได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นในรอบลีกเฟสของ UEFA Champions League ฤดูกาล 2026/27

ใครคือเจ้าของสโมสร โคโม 1907 ในปัจจุบัน?

สโมสรอยู่ภายใต้การครอบครองของกลุ่ม Djarum Group จากประเทศอินโดนีเซีย บริหารงานผ่านบริษัท SENT Entertainment โดยมีผู้ถือหุ้นรายย่อยเป็นอดีตนับเตะชื่อดังอย่างเชส ฟาเบรกาส Cesc Fàbregas และเธียร์รี อองรี Thierry Henry

เชส ฟาเบรกาส มีบทบาทอย่างไรกับทีม?

ฟาเบรกาสดำรงตำแหน่งผู้จัดการทีมชุดใหญ่ (Head Coach) และเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของสโมสร โดยเป็นผู้วางโครงสร้างสไตล์การเล่นบุกเร้าใจจนพาทีมประสบความสำเร็จ

BALLUEFA ศูนย์รวมเทรนด์ลูกหนังล่าสุด ที่แฟนบอลยุคใหม่ไว้วางใจ

อัปเดตทุกเรื่องฟุตบอลไว้ที่เดียว ไม่ว่าจะพรีเมียร์ลีก ลาลีกา หรือบอลยูโร BALLUEFA พร้อมเสิร์ฟทุกประเด็นร้อนทันใจ ครบทั้งข่าวสาร, บทวิเคราะห์เกม, ข้อมูลนักเตะ และเทรนด์ลูกหนังล่าสุด ใช้งานง่าย รองรับทุกอุปกรณ์มือถือ เชียร์ทีมไหน ลีกอะไร ไม่พลาดแน่นอน รวมทุกอย่างไว้ครบจบในลิงก์เดียว พร้อม ทางเข้า UFABET แบบไม่ต้องหาให้วุ่น ไปด้วยกัน

Scroll to Top